ประเทศไทยจะเป็นครัวของโลกได้อย่างไรหากพืชผักของเรายังมีสารเคมีที่สูงกว่าระดับที่ยอมรับได้อยู่

ผลการวิจัยที่ปล่อยออกมาเมื่อวันพุธ (4 พฤษภาคม) โดยเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai-PAN หรือ Thailand Pesticide Action Network) ซึ่งทำหน้าที่สุ่มเก็บรวบรวมและส่งตัวอย่างของผักจากตลาดของเรา ผักหลายชนิดเป็นส่วนผสมในอาหารยอดฮิต เช่น ผักกาด ผักคะน้าและถั่วแขก การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าฟาร์มผักส่วนมากนั้นมีสารเคมีตกค้างสูงกว่าระดับมาตรฐานที่สามารถยอมรับได้

 

นอกจากนี้ยังมีผลลัพธ์ที่คล้าย ๆ กันในบรรดาผลไม้ โดยเฉพาะส้มแมนดารินและฝรั่ง การวิจัยพบว่าผลไม้ทั้งสองชนิดที่เป็นที่นิยมและตัวอย่างที่เก็บรวบรวมมาได้นั้นเป็นอันตราย 100 เปอร์เซ็นต์ต่อการบริโภคมากเกินไป นักเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้เก็บรวบรวมตัวอย่างมาจากพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งจากตลาดขายส่งและซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับไฮเอนด์ในกรุงเทพ นอกเมืองและในเมืองใหญ่ ๆ ผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้นแทบจะไม่ต่างกันเลย ร้อยละ 46.38 ของตัวอย่างที่มาจากแหล่งต่าง ๆ นั้นมีสารเคมีปนเปื้อนภายในฟาร์ม

 

หลักฐานทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่าคุณควรลดการใช้ยาฆ่าแมลงลง ใช้ให้น้อยที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ มีเพียงวิธีเดียวที่จะการันตีได้ก็คือการกินแบบออร์แกนิกนั่นเอง 

 

แต่ปัญหาก็คือผักบางชนิดที่ควรจะปลอดสารเคมี เช่น ผักออร์แกนิกหรือผักปลอดสารเคมีก็ยังคงมีสารเคมีตกค้างอยู่ และที่สำคัญกว่านั้น มันแสดงให้เห็นว่ามีสารเคมีในฟาร์มบางชนิดที่ผิดกฎหมายยังถูกใช้กันอยู่  เช่น คาร์โบฟูแรนและเมโทมิล สารตกค้างของสารเคมีที่ “สกปรก" ทั้งสองนี้สามารถตรวจพบได้ในแตงกวาและส้มแมนดาริน สารเคมีบางตัวที่ควรได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น ดีท (DEET) กลับมีการถูกใช้กันอย่างแพร่หลายเลยทีเดียว

 

การบริโภคสารเคมีในปริมาณน้อย ๆ ทุกวันนั้นจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์ สารเคมีสามารถให้ผลกระทบแบบผสมได้ พวกสารเคมีเดี่ยวอาจจะไม่ให้ผลกระทบอะไรมากหากใช้เพียงชนิดเดียวแต่หากว่ามันได้ผสมกับชนิดอื่น ๆ แล้วมันก็จะมีผลกระทบแบบผสมได้ (mixture effect) พวกเราไม่เพียงแค่จะสัมผัสกับยาฆ่าแมลงเพียงเท่านั้น แต่พวกเรายังสัมผัสกับสารเคมีหลายชนิดที่มาอยู่รวมกัน การบริโภคสารเคมีหลายชนิดที่ผสมกันหรือที่เรียกว่า "toxic cocktails” นั้นสามารถทำให้เกิดโรคเสื่อม (degenerative diseases) ต่าง ๆ เช่น โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ภาวะหัวใจวาย (heart attack) และมะเร็ง (cancers)

 

เมื่อพูดถึงพริกต่าง ๆ  ซึ่งเป็นส่วนผสมหลักในทุกเมนูของเรา 100 เปอร์เซ็นต์ของตัวอย่างพริกทั้งหมดนั้นมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ ต่อมาคือใบกะเพรา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งส่วนผสมที่สำคัญสำหรับอาหารไทยจานด่วน มีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ร้อยละ 66.67 ของกลุ่มตัวอย่าง สิ่งนี้หมายความว่าพวกเราต้องกินผัดกะเพราด้วยความระมัดระวังมากเลยทีเดียว เช่นเดียวกันกับถั่วแขกที่อยู่ที่ (66.67 เปอร์เซ็นต์) และคะน้าที่ (55.56 เปอร์เซ็นต์)

สิ่งที่สร้างความประหลาดใจคือ กะหล่ำปลี ซึ่งเป็นผักที่เราเข้าใจกันว่ามีการใช้สารเคมีมาก แต่กลับกลายเป็นผักที่มีความปลอดภัยจากสารเคมีตกค้าง มันหมายความว่าอย่างไรได้?

 

ฉันเชื่อว่ากะหล่ำปลีต้องมีความเกี่ยวข้องกับกำลังการซื้อของผู้บริโภคอย่างแน่นอน

มีหลายคนที่เลิกซื้อกะหล่ำปลีตามตลาดด้วยเหตุผลที่ว่ามันมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่ มันจะเป็นไปได้ไหมว่า ความตระหนักของผู้บริโภคจะมีผลต่อพฤติกรรมของผู้ปลูกได้และสามารถทำให้พวกเขาบางกลุ่มมาปลูกผักแบบปลอดสารเคมีได้

แหล่งที่มา : https://www.telegraph.co.uk/news/2017/11/27/number-toxic-chemicals-applied-vegetables-has-risen-17-fold

https://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-vegetables-contain-higher-than-acceptable-levels-of-farm-chemicals-study 

 

01enduherb.com

 

 

GET IN TOUCH​

บริษัท เอ็ม.ที.ที  ทรัพย์เจริญ จำกัด
99/9 หมู่ 9 ตำบล กรับใหญ่ อำเภอ บ้านโป่ง 
จังหวัด ราชบุรี 70190​

HOME

Blog

063-151-9626 ,080-363-6159

070-555- 100-0269

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

บริษัท เอ็ม.ที.ที  ทรัพย์เจริญ จำกัด
99/9 หมู่ 9 ตำบล กรับใหญ่ อำเภอ บ้านโป่ง 
จังหวัด ราชบุรี 70190​

enduherb19@gmail.com